The Monster Buddy !! : 300ZX & R33 Sport Racing by Top 10 Garage

November 28th, 2017 by

คู่หูสปอร์ตนิสสันยุค 90 จาก Top 10 Garage
ในยุค 90 เป็นยุคที่รถสปอร์ตเฟื่องฟูมาก บริษัทรถหลายๆ ค่ายมีรถประเภทสปอร์ตอยู่หลายรุ่นมาก อย่างนิสสัน เริ่มตั้งแต่ตัวเล็ก ตระกูล S กับเครื่องยนต์ 2 ลิตร ในรหัส S13, S14, S15 หรือชื่อรุ่นว่า Silvia ขยับขึ้นไปตัวใหญ่ที่เรียกได้ว่าเป็นตัวท็อปของค่ายในยุคนั้น และต่างจากค่ายอื่นๆ ตรงที่นิสสันมีรถสปอร์ตตัวท็อปอยู่ 2 รุ่น
2 รุ่นที่ว่านี้ แตกต่างกันตรงที่เป็นรถสปอร์ต 2 ประตูแท้ๆ กับสปอร์ตซีดาน นั่นคือ Fairlady Z กับ Skyline ซึ่ง Fairlady Z หรือ 300ZX ซึ่งตรงรุ่น 90 ก็จะเป็นรหัส Z32 ที่ออกจำหน่ายตั้งแต่ปี 1990-2000 เป็นสปอร์ตพันธุ์แท้ ทั้งรูปทรง ขนาด และภายใน ต่างจากเจ้า Skyline ที่ดั้งเดิมมันคือรถซีดานมาก่อน และก็ออกรุ่น 2 ประตู คูเป้ ซึ่งทำให้ดูสปอร์ตมากขึ้น แต่รวมๆ รูปทรงก็ยังคงมาจากรถซีดาน มีรุ่นที่คาบเกี่ยวกับยุค 90 ถึง 3 รุ่น นั่นคือ R32 ช่วงปี 1989-1994 รุ่นต่อมา R33 ช่วงปี 1995-1998 และ R34 ช่วงปี 1999-2002
และรถที่เรานำมาให้ชมกันในฉบับนี้ เป็นสปอร์ตทั้ง 2 รุ่นของค่ายนิสสัน 300ZX รหัส Z32 และนิสสัน Skyline R33 จาก Top 10 Garage ศูนย์จำหน่ายรถยนต์มือสองที่มีรถซิ่งมากมาย โดยทั้ง 2 คันนี้ก็เป็นรถสปอร์ตที่ได้รับการโมดิฟายในระดับพอประมาณ ไม่แรงมากมายอะไร เน้นเก็บเนียน และใช้ได้ในชีวิตประจำวัน

Z 001 Z 002 Z 003

มาเริ่มกันที่ตัวท็อปก่อนเลย Fairlady Z หรือ 300ZX รหัส Z32 ด้วยอายุของมันก็ไม่น้อยแล้ว จึงต้องมีการเก็บรายละเอียดเรื่องตัวถังเสียก่อน เพราะสีเริ่มหมอง ตัวถังเริ่มมีผุ จึงได้ส่งเข้าทำสีปะผุ และเก็บรายละเอียดให้ครบ โดยสั่งอะไหล่ต่างๆ มาจากญี่ปุ่น เบิกใหม่กันทั้งหมดเพื่อความเนียน ทั้งกรอบพลาสติก คิ้ว ขอบยาง โดยเฉพาะหลังคารุ่นนี้เป็นแบบ Targa คือเป็นกระจกอยู่เหนือศีรษะของคนขับและคนนั่ง สามารถอดออกได้ ซึ่งจะกันน้ำโดยขอบยาง เมื่อรถอายุมากๆ ยางก็จะเสื่อม แข็ง ไม่สามารถกันน้ำอยู่ จึงต้องเปลี่ยนใหม่ ไม่งั้นถ้าฝนตกคงต้องไปจอดใต้สะพานลอยกับมอเตอร์ไซค์

Z 004

Z 005

Z 006

Z 007

จัดการกับตัวถังเรียบร้อย ก็มาว่ากันต่อที่เครื่องยนต์ เดิมเจ้า 300ZX เป็นเครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ในรหัส VG30 DETT แต่คันนี้นอกใจนิสสัน หันไปหาเครื่องยนต์จากโตโยต้ามาใส่แทน เป็นเครื่องยนต์ 1JZ-GTE เหตุที่เปลี่ยนมาเป็นเครื่องยนต์โตโยต้า ไม่ใช่ว่าเครื่อง VG ไม่ดีหรือไม่แรง แต่มีคนเล่นน้อย ของแต่งหายาก และที่เลือกเป็นบล็อก JZ ก็เพราะเครื่องยนต์รุ่นนี้เป็นเครื่องยอดนิยม ดูแลรักษาง่าย ของแต่งเพียบ หากมีปัญหา ช่างอู่ไหนก็ทำได้
เปลี่ยนเครื่องไปแล้วก็ยังไม่สะใจวัยรุ่นยุค 90 จึงได้จัดการโมดิฟายเครื่องยนต์เพิ่มเติมเข้าไปอีก โดยเปลี่ยนจากระบบเทอร์โบคู่ มาใช้เทอร์โบเดี่ยว เปลี่ยนท่อร่วมไอดีเดิมออก ใส่ท่อร่วมไอดีแต่งจาก GReddy ปรับบูสต์เพิ่มขึ้นหน่อย เท่านี้ก็ได้ 500 ม้า ไว้ขับเล่นแล้ว
เครื่องแรงแล้ว ก็เลยต้องมีการระบายความร้อนกันหน่อย เปลี่ยนอินเตอร์คูลเลอร์ขนาดใหญ่ไว้หน้ารถ แล้วใส่กระจังหน้าแต่งที่รับลมได้มากกว่า รวมไปถึงแก้มหน้าทั้งซ้ายและขวา มีการเจาะช่องระบายลมออกจากห้องเครื่องด้วย มาดูที่ช่วงล่าง คันนี้เปลี่ยนสตรัททั้ง 4 ต้น เป็นของ TEIN ล้อเป็น BBS กับยาง DUNLOP DIREZZA ZII และเบรก 4 pot จาก BREMBO

R33 001 R33 002

R33 005

มาต่อกันที่ก๊อดซิล่าตะกาย 4 ล้อ Skyline R33 ซึ่งคันนี้จริงๆ แล้วเป็นรุ่น GTS และได้ทำการแปลงเป็น GTR มาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งอายุของมันถึงจะน้อยกว่า 300ZX แต่ก็ไม่กี่ปี ฉะนั้น ก็ต้องจัดการเก็บบอดี้เสียก่อน ตรงไหนผุก็ปะซะ ของตรงไหนที่จะแปลงเป็น GTR ก็เอามาใส่  อย่าง ไฟหน้า กระจังหน้า กันชนหน้า-หลัง แก้มหน้า ฝากระโปรง ซุ้มล้อหลัง และรายละเอียดทั้งหมดของ GTR
แล้วทำไมไม่ซื้อ GTR ไปซะเลย ก็ต้องตอบว่า GTR ไม่มีเกียร์ออโต้น่ะสิ คนที่ใช้รถคันนี้อยากขับเป็นเกียร์ออโต้มากกว่า เรียกว่าอยากหล่อ แต่ไม่อยากลำบากเหยียบคลัตช์ ยิ่งการจราจรในบ้านเราเดี๋ยวนี้ ไปทางไหนก็ติด เกียร์ออโต้นี่แหละ สวรรค์ของคนขับรถในกรุง
ส่วนเครื่องยนต์คันนี้ยังเป็นเครื่องยนต์ RB25 อยู่ แต่ได้มีการโมดิฟายเพิ่มเติม โดยเปลี่ยนฝาสูบมาเป็นของ RB26 เป็นฝาสูบที่โฟล์วดีกว่า วาล์วใหญ่กว่า ซึ่งจะทำให้เครื่องยนต์ดูดอากาศได้มากขึ้น เครื่องก็แรงขึ้นด้วย ระบบเทอร์โบก็ใช้เทอร์โบเดี่ยว เป็นเทอร์โบของ IHI RH07 ท่อร่วมไอดีจาก GReddy แรงม้าก็อยู่ที่แถวๆ 500 แรงม้า

R33 003

R33 004

ภายในคันนี้เน้นเดิม แต่เป็นเดิม GTR เท่าที่สามารถใส่ได้ตอนนี้ ซึ่งจริงๆ แล้ว ของก็มีมาครบหมดแล้ว ขาดแค่เวลา จึงยังไม่ได้ใส่ทั้งหมด ส่วนช่วงล่างคันนี้ก็เป็นสตรัทจาก TEIN ล้อของ 18 นิ้ว ของ W WORK และเบรก 4 pot จาก BREMBO
รถทั้ง 2 คันนี้ เป็นรถที่ดูแล้วก็ไม่ได้เสริมหล่อกันชุดใหญ่ ไม่ได้ใส่ชุดแต่งอลังการ ไม่ได้แรงชนิดพันม้า แต่มันมีรายละเอียดความใส่ใจและรักที่จะทำของเจ้าของรถ ซึ่งทั้ง 2 คันนี้ ใช้เวลาในการทำ 3-4 ปีแล้ว ค่อยๆ เก็บ ค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ และที่สำคัญ ได้ลงมือทำเอง ได้ใกล้ชิดและผูกพันกับรถ เป็นฮอบบี้ยามว่าง ได้อยู่กับของที่รัก มันเป็นการผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานได้เป็นอย่างดี

FacebookTwitterGoogle+Email

Comments

comments